จีรนุช เปรมชัยพร : อินเตอร์เน็ต พรมแดนใหม่กับความมั่นคง

seminar's picture

 จีรนุช เปรมชัยพร สำนักข่าวประชาไท

                เมื่อคิดถึงเรื่องของความมั่นคง มีคำตอบคำหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ คือ การมีอยู่ของสิ่งหนึ่งเป็นผล และ/หรือเป็นส่วนหนึ่ง ของการมีอยู่ของอีกสิ่งหนึ่ง เช่น การมีอยู่ของโลกเป็นเพราะว่ามีจักรวาล การมีอยู่ของประเทศก็เพราะมีโลกอยู่ และการมีอยู่ของตัวเรานั้นก็เป็นเป็นเพราะการมีอยู่ของปริมณฑลรอบตัวเรา ที่เรียกว่าประเทศ ครอบครัว หรืออะไรก็ตามแต่ เพราะฉะนั้นมนุษย์ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง และถ้าถามว่าในความเป็นอยู่เหล่านี้มีเส้นอะไรอยู่หรือไม่? มันมีเส้นด้ายที่มองไม่เห็นที่แบ่งขอบของการมีอยู่ของสิ่งเหล่านี้อยู่ เส้นด้ายที่ประกอบด้วยสิ่ง 3 สิ่ง คือความรัก ความหวัง และความกลัว

                ทั้งสามสิ่งนี้คือสิ่งที่เล่นกับตัวเรา และรัฐก็รู้และนำมาเล่นกับตัวเรา เวลาที่เราพูดถึงความมั่นคง หรือไม่มั่นคง ก็เหมือนเราเดินไต่เส้นลวดอยู่บนทั้งสามเส้นนี้ เป็นตัวจักรสำคัญ เราอยู่กับความรัก เราอยู่กับความหวังในชีวิต เราอยู่กับความกลัว ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งที่พ้นจากความกลัวไปแล้ว เราไม่รู้ว่าชีวิตต้องกลัวทำไม เราก็จะไม่กลัว

                สิ่งสำคัญที่ทำให้ทั้งสามสิ่งนี้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวก็คือความสงสัย ซึ่งสำหรับตัวผู้ปกครองแล้ว ความสงสัยที่เกิดขึ้นนี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของตัวผู้ปกครองเอง เพราะฉะนั้นรัฐประชาชาติที่ต้องการที่จะปกครองคนที่อยู่ในรัฐอย่างสงบสงัดราบคาบก็ต้องทำให้ประชาชนไม่รู้สึกสงสัย

                ด้วยความสงสัยที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของผู้ปกครองและรัฐ ไม่ว่าในยุคสมัยไหนผู้ปกครองก็จะสร้างเครื่องมือสองแบบ เพื่อใช้ในการจัดการกับความสงสัย และคนผู้สงสัยนั้น เครื่องมือแรกคือการสร้างความเป็นอื่นให้แก่ผู้สงสัย อีกอันหนึ่งคือการสร้างภาพของความเป็นภัย ของความเป็นผู้คุกคามให้แก่ผู้สงสัย เครื่องมือทั้งสองอันนี้ถูกใช้มานานและยังคงถูกใช้อยู่ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้รัฐที่จะจัดการหรือขจัดผู้สงสัย

                 ในขณะที่ความสงสัยเป็นภัยต่อความมั่นคงของผู้ปกครอง ความไม่สงสัยของประชาชนก็เป็นภัยต่อความมั่นคงของมนุษย์ และเป็นการบั่นทอนสังคมที่เราคิดว่าเป็นสังคมอุดมปัญญา เป็นสังคมที่มีวุฒิภาวะ

                ถึงตรงนี้อยากตอบคำถามที่ว่าทำไมสังคมถึงมีความเงียบงันในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำไมรัฐบาลถึงทำอะไรโดยที่ไม่ต้องมี accountability เลย สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้กาถูกหล่อหลอมภายในภาวะที่สังคมขาดวุฒิภาวะ

                ตอนแรกตัวเองก็คิดว่าถ้าหากความมั่นคงคือ security แล้วอะไรที่เป็นคู่ตรงข้ามกับความมั่นคง ตอนแรกก็คิดว่ามันคือ insecure แต่พอคิดไปคิดมา คิดว่ามันไม่ใช่ มันคือ inmaturity หรือความไร้วุฒิภาวะในการที่จะตั้งคำถาม หรือจะขบคิดกับสิ่งเหล่านั้นมากกว่า

                ประเด็นคือเวลาที่รัฐหรือเราพูดว่ารัฐใช้อำนาจ จริงๆ แล้วรัฐไม่ได้ใช้อำนาจโดยโดดเดี่ยว แต่เป็นการใช้อำนาจโดยการรับรองของมวลชนส่วนหนึ่งในรัฐ ที่รับรองการใช้อำนาจของรัฐ ความเงียบงันที่เกิดขึ้น หรือการตื่นตัวในบางกรณี สิ่งเหล่านี้คือการรับรองการใช้อำนาจของรัฐนั่นเอง

                ถ้าพูดถึงตัวนิติรัฐ ก็คงยืนยันในสิ่งที่พี่วัชรีพูว่าเราไม่มีนิติรัฐ แต่ถ้ามันจะมีนิติรัฐแบบไทยๆ มันก็จะดำรงฐานะอยู่ได้บนฐานของวามไร้วุฒิภาวะของสังคม

                หากพูดจากอีกมุมมองหนึ่ง อยากจะพูดถึงประเด็นพรมแดนใหม่(new territory) หรืออินเทอร์เนต พรมแดนนี้มีความน่าสนใจที่ว่าเป็นพรมแดนที่ยังไม่มีใครเข้าครอบครอง ครอบงำ ยึดครอง หรือกำหนดกติกาอย่างชัดเจน ยังคงเป็นพื้นที่ที่ต้องต่อสู้ ช่วงชิง และถกเถียงกัน

                                สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของพรมแดนนี้คือ บนอินเทอร์เนตมีทั้งสิ่งที่เรียกว่าส่วนบุคคล และส่วนสาธารณะ เวลาที่เราเขียนอีเมล์ถึงเพื่อน หรืออัพเดทสถานะบนเฟซบุค เราก็รู้สึกว่าเรากำลังสื่อสารกับคน หรือเพื่อนกลุ่มเดียว ไม่ใช่การสื่อสารกับสาธารณะ

                เนื่องจากพื้นที่นี้ยังไม่มีการกำหนดกติกาชัดเจน ที่ผ่านมารัฐต่างๆ รวมถึงรัฐไทยจึงพยายามเข้ามากำหนดกฎและกติกาภายในพรมแดนใหม่นี้ ซึ่งความพยายามที่จะกำหนดกติกา รวมทั้งวิธีกำหนดกติกาที่จะเข้ามาควบคุมเป็นเรื่องที่น่าสนใจ มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ 3 เรื่อง ที่จะเล่าผ่านภาพ 3 ภาพ

โครงการรณรงค์ของ Electronic Frontier Foundation (EFF) ในช่วงปี 1999 ช่วงหลังจากที่มีอินเทอร์เนตใช้ไม่นาน และเริ่มมีการคิดเรื่องของการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลที่รับ – ส่งบนอินเทอร์เนตมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งในช่วงเวลานั้นมีรัฐบาล ไม่แน่ใจว่าของอเมริกาหรือว่าอังกฤษ ได้มีการออกกฎหมายที่ห้ามการเข้ารหัสข้อมูล

โครงการรณรงค์อีกโครงการของ EFF เป็นเรื่องของ Google Book Search บริการให้สืบค้นฐานข้อมูลเรื่องหนังสือของเสิร์ชเอนจิ้งชื่อดัง ที่มีการเก็บข้อมูล พฤติกรรมในการอ่านหนังสือของผู้ใช้บริการ ซึ่งทาง EFF รณรงค์ว่าไม่ควรมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวนี้เพื่อที่จะนำข้อมูลไปให้กับบริษัทเอกชน

ในช่วงวันที่ 14 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา หลายคนที่เข้าเวบต่างประเทศหลายเวบจะสังเกตว่ามีการเรียกข้อมูลไปยังหน้า w3.mict.go.th คำถามคือกระทรวงไอซีทีกำลังทำอะไรอยู่? Big Brother อย่างในเรื่อง 1984 กำลังทำงานใช่หรือไม่?

                อีกสิ่งที่น่าสนใจสำหรับพื้นที่อินเทอร์เนตก็คือ หากเราไม่ได้มองว่าอินเทอร์เนตคือโทรทัศน์ที่กำลังสื่อสารทางเดียว แต่คือปริมณฑลที่เราใช้ชีวิตอยู่ มีกระบวนการขบคิดแลกเปลี่ยนอยู่ภายในเรา และนี่(เหตุการณ์อย่างภาพที่สาม)คือรัฐ หรือใครก็ไม่รู้ที่กำลังสอดส่องเข้ามาว่าคนคนนี้กำลังคิดอะไร กำลังมีแนวคิดแบบไหนอยู่

                โดยส่วนตัวแล้วคิดว่านี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าเรา – ประชาชน ทั้งผู้ใช้อินเทอร์เนต และไม่ใช้อินเทอร์เนต – เราทั้งหลายจะตอบโต้หรือเรียนรู้กระบวนการของนิติรัฐแบบไทยๆ แบบี้อย่างไร ในพื้นที่ใหม่แบบอินเทอร์เนต

เลือกอ่านตอนอื่นๆ ของงานเสวนาได้ที่ http://www.openthaidemocracy.com/node/70

0