วัชรี เผ่าเหลืองทอง : นิติรัฐกับการต่อสู้ของภาคประชาชน

วัชรี เผ่าเหลืองทอง กลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือก
นิติรัฐไทยไม่เคยมีตั้งแต่จากอดีตถึงปัจจุบัน อย่างที่อ.สาวตรีบอกว่านิติรัฐต้องเป็นกฎหมายที่เป็นธรรม ดังนั้นไทยไม่เคยมี เพราะกฎหมายที่เขียนมาเป็นกระดาษโดยตัวของกฎหมายนั้นไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องมีผู้บังคับใช้กฎหมายอีกทีหนึ่ง
ที่ผ่านมามีการเรียกร้องเรื่องรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด แต่คนที่พยายามหยิบเอาออกมาใช้มีเพียงภาคประชาชน เนื่องจากภาคประชาชนนั้นไม่มีอำนาจในมือ ไม่ใช่ภาครัฐ เพราะภาครัฐนั้นมีอำนาจอยู่ในมืออยู่แล้ว สามารถใช้อำนาจนั้นกดขี่ใครก็ได้ แต่กับคนที่โดนกดขี่จำเป็นต้องหยิบเอาบางเรื่องในรัฐธรรมนูญออกมาใช้ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบมันก็ตาม
การต่อสู้ของสองขั้วการเมืองที่ผ่านมาไม่ได้สถาปนาพื้นที่ให้ประชาชนชั้นล่างผู้เดือดร้อนจริงๆ ในกระบวนการต่อสู้ของคนชั้นล่างจริงๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นกรรมกร หรือชาวบ้านที่ต่อสู้เพื่อรักษาทรัพยากร หรือกลุ่มชาติพันธ์ ล้วนแต่ต้องเสี่ยง เสี่ยงต่อการถูกใช้อำนาจ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มีกฎหมายพิเศษทั้งสามฉบับ ก็สามารถใช้กฎหมายธรรมดามาใช้ในการจัดการได้ อย่างเวลาที่มีการชุมนุมบนถนนก็มีการใช้กฎหมายจราจร หรือมีการใช้กฎหมายเรื่องการใช้เครื่องกระจายเสียง โดยมีผู้กล่าวหาคือเจ้าห้าที่รัฐ หรือตำรวจ
การใช้อำนาจนี้จะทำงานกันเป็นทีม คนเซนต์หมายจับจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหัวหน้าผู้พิพากษาที่เป็นเวร ดังนั้นในแต่ละจังหวัดก็จะมีอำนาจอธิปไตยที่จะจัดกากับประชาชนของเขาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ที่ผ่านมาประชาชนไม่มีเครื่องมืออะไรที่จะต่อรอง เราทำแต่ “รวมตีน” ซึ่งวันนี้ก็อยากเสนอเลยนะคะว่าสำหรับกรณีพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ เหล่านักรบไซเบอร์ที่คิดอยากจะปกป้องเวบเพียงแค่การโพสท์ลงเนตคงยังไม่พอ อาจต้องมีการชุมนุมเพื่อบอกกับสังคมและรัฐ โดยเฉพาะรัฐซึ่งเป็นผู้ออกกฎหมาย เพราะว่าเราสร้างพื้นที่อีกพื้นที่หนึ่งขึ้นมาเพื่อที่จะกินอำนาจของเขา เพราะว่ารัฐนั้นใช้อำนาจมากเกินไป เราสร้างพื้นที่ในลกไซเบอร์ก็เพื่อที่จะเผยแพร่ข้อมูลที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้ แล้วเราก็ไปกิน ไปท้าทายอำนาจของรัฐ รัฐจึงเล่นกฎหมายนี้
ดังนั้นอาจถึงเวลาที่ต้องรวมตัวกัน อย่างชาวบ้านในพื้นที่ที่จะปกป้องทรัพยากรก็ต้องเอาตัวเข้าแลก เอาสิทธิเสรีภาพเข้าแลก ไม่ใช่แค่สู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ แต่สู้กับบริษัทเอกชนที่มีเงิน และอำนาจที่จะบงการต่อรองกับเจ้าหน้าที่
สำหรับขบวนการภาคประชาชนที่เข้มแข็งในบางพื้นที่นั้นมีการเคลื่อนไหวถึงขนาดท้าทายอำนาจตุลาการ เช่นการเดินขบวนของชาวบ้านจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่บริเวณหน้าศาลอาญา โดยตั้งขบวนตั้งแต่หัวถนนบริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน และเดินเข้าไปยังบริเวณศาลอาญา พร้อมทั้งชูป้าย “ยุติธรรมหรืออยุติธรรม” “ปกป้องทรัพยากรมันผิดตรงไหน”
เมื่อมีการสู้กันแล้วก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด ไม่ต้องกลัวว่ามีอะไรจะเสีย ตัวแกนนำเองก็คุยกับชาวบ้านแล้วว่าถ้าหากถูกจับก็ถูกจับด้วยกันหมด
ในส่วนของการเคลื่อนไหวเรื่องทรัพยากรในบริบทการเมืองสองขั้วในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานั้น มันดูเหมือนเป็นคนละเรื่องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในระดับบน ซึ่งเราก็โดนกล่าวหาว่าทำแต่ประเด็นเล็ก ทำแต่ประเด็นเฉพาะ ไม่เรียกร้องการเมืองระดับใหญ่ ซึ่งจริงๆ แล้วถ้ามีคนประสานงานให้เคลื่อนไหวในการเมืองประเด็นใหญ่ เช่นเรื่องความมั่นคง เรื่องชุดกฎหมายความมั่นคง ทางภาคประชาชนส่วนอื่นก็พร้อมที่จะเข้าร่วมเคลื่อนไหว เพียงแต่ตอนนี้ยังขาดคนที่จะคอยประสานงานในขบวน
เลือกอ่านตอนอื่นๆ ของงานเสวนาได้ที่ http://www.openthaidemocracy.com/node/70